apps
เมนู
volume_up
ข่าววันนี้

ซาลาห์ซัดนำดาวซัลโว! ลิเวอร์พูลบุกทุบวูล์ฟส์ฯ รั้งฝูงหนีแมนซิตี้ 4 แต้ม

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ผลงานยังยอดเยี่ยมกระเทียมดองหลังบุกไปคว้าชัยเหนือเจ้าถิ่น วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 เกมนี้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ฟอร์มแจ่มยิงเบิกร่องขึ้นนำดาวซัลโว ก่อนจ่ายให้ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ซัดปิดกล่องให้ทีมซิวสามแต้ม นำจ่าฝูงมี 48 คะแนนทิ้ง “เรือใบ” แมนฯซิตี้ ไปถึง 4 คะแนนแต่แข่งมากกว่าหนึ่งนัด ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 21 ธันวาคมที่ผ่านมา

สนาม : โมลินิวซ์ สเตเดี้ยม

    “หมาป่า” วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมอันดับ 7 ของตาราง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ “จ่าฝูง” ลิเวอร์พูล เกมนี้เจ้าถิ่นหากคว้าชัยได้จะแซง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นอันดับ 6 แทน

    เกมนี้เจ้าถิ่นของ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต ไร้ ดีเอโก้ โชต้า ที่มีอาการเจ็บ แนวรุกส่ง อดาม่า ตราโอเร่ ยืนประสานงานกับ ราอูล ฮิมิเนซ และใช้ ชูเอา มูตินโญ่ คอยเชื่อมเกมแดนกลาง

    ส่วน “หงส์แดง” ของเจอร์เก้น คล็อปป์ ปรับทัพจากเกม “แดงเดือด” ที่เอาชนะ แมนฯยูไนเต็ด บางตำแหน่ง เจมส์ มิลเนอร์ ถูกดันไปเล่นแบ็กขวา ส่วนแดนกลาง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ซึ่งลงเล่นเป็นเกมที่ 300 ให้หงส์แดง จะประสานงานร่วมกับ ฟาบินโญ่ และ นาบี เกอิต้า ส่วนแนวรุกยังเหมือนเดิม โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟิร์มีโน่ และซาดิโอ มาเน่

    สตาร์ทเกมท่ามกลางฝนที่กำลังตกมาอย่างหนัก และแค่ 4 นาที “หงส์แดง” หวิดเสียประตูให้เจ้าถิ่นหลัง ฟาบินโญ่ จ่ายบอลพลาดไปติด มูตินโญ่ ก่อนจะไหลต่อให้ ตราโอเร่ วิ่งมาซัดด้วยขวาบอลหลุดกรอบออกไป

 

จากนั้น นาที 10 ตราโอเร่ คนเดิมได้บอลสปีดกระชากขึ้นมาก่อนยิงด้วยขวาบอลพุ่งบดออกหลังไป ถัดมาอีก 3 นาที ฟาน ไดค์ เกือบมีชื่อเป็นคนยิงประตูแรก หลังโชว์ความนิ่งซัดไปติดบล็อกแนวรับหมาป่า

นาที 14 ลิเวอร์พูล รอดพ้นจากการเสียประตูอีกครั้ง หลัง แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้ ได้บอลทางขวาก่อนกระชากเข้ากลางแล้วแทงบอลให้ ซาอิสส์ หลุดเข้าไปยิงติดเซฟของอลีสซง

แต่กลายเป็น “หงส์แดง” ที่ใช้ความเฉียบคมได้ประตูขึ้นนำไปก่อน 1-0 นาที 18 จากจังหวะที่ มาเน่ ทำชิ่งหนึ่งสองให้ ฟาบินโญ่ หลุดถึงเส้นหลังก่อนจะปาดมาเสาแรกให้ ซาลาห์ วิ่งมาจิ้มด้วยซ้ายหนีมือ ปาทริซิโอ้ เข้าไป เป็นประตูที่ 11 พร้อมขึ้นนำเดี่ยวเป็นดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก

 

เกมรุกของ ลิเวอร์พูล ยังไหลลื่น นาที 26 เจมส์ มิลเนอร์ กระชากจากริมเส้นทางขวาตัดเข้ากลางก่อนจะตะบันด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษเต็มแรง บอลพุ่งไปเข้าซอง ปาตริซิโอ รับไว้ไม่มีพลาด

จังหวะหวาดเสียวของ “หมาป่า” บ้าง นาที 37 มาเน่ ที่ลงมาต่ำเอา ซาอิสส์ ไม่อยู่ก่อนจ่ายเข้ากลางให้ ฮิมิเนซ จับบอลลั่นโดนแข้งทีมเยือนเคลียร์มาเข้าทาง มูตินโญ่ ตั้งป้อมซัดกว่า 25 หลา บอลเหินคานไปไกล

ถัดมาอีก 2 นาที แฟนเจ้าถิ่นเกือบได้เฮบ้าง จอนนี่ กาสโตร ได้หลุดเข้าไปยิงด้วยขวาแต่บอลก็เบาไปไม่หนีมืออลีสซงที่รับไว้ได้สบาย

นาที 44 เจ้าถิ่นได้ลุ้นตีไข่แตกอีกรอบ จากความผิดพลาดของ เกอิต้า จ่ายบอลสั้นก่อนโดน โดเออร์ตี้ ฉกบอลสปีดเข้าไปยิงเต็มแรง แต่ดีที่อลีสซงยืนตำแหน่งดีรับไว้ได้ไม่พลาด

 

จบครึ่งแรก วูล์ฟแฮมป์ตัน ตามหลัง ลิเวอร์พูล 0-1

ครึ่งหลัง นาที 47 โม ซาลาห์ ได้หวดด้วยซ้ายนอกกรอบเต็มแรง บอลพุ่งข้ามคานไปแบบได้เสียว

นาที 57 เจอร์เก้น คล็อปป์ แก้ทัพบ้างส่ง อดัม ลัลล่าน่า ลงไปเล่นแทน นาบี เกอิต้า ที่บาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว

ลิเวอร์พูล บดอยู่นาน สุดท้ายมาได้ประตูนำห่าง 2-0 นาที 68 จากจังหวะที่ ซาลาห์ เปิดบอลมาเสาแรกให้ ฟาน ไดค์ ิจิ้มบอลเสียบตาข่ายเสาแรก

 

เจ้าถิ่นหลังเสียไปถึงสองเม็ด ก็หวังจะทวงประตูคืน นาที 72 บอลชุลมุนหน้ากรอบ 10 หลา ก่อนจะเป็น อีวาน คาบาเยโร่ วิ่งมาอัดเต็มเท้า แต่บอลไม่ผ่านมือ อลีสซง

ก่อนหมดเวลาแค่ 5 นาที ซาลาห์ เกือบบวกประตูที่สองให้ตัวเองในเกมนี้ หลังหลุดเข้าไปแต่ยิงไม่ผ่านตัว ปาทริซิโอ ที่ออกมาบล็อกบอลได้ทัน

ช่วงเวลาที่เหลือ เจ้าถิ่นแม้จะโหมบุกหนักแต่ก็ยังเจาะแนวรับของหงส์แดงที่ขึ้นชื่อว่าเหนียวและเสียประตูยากในเวลานี้ จบเกม ลิเวอร์พูล บุกมาคว้าชัยเหนือ วูล์ฟแฮมป์ตัน 2-0 เก็บสามแต้มมี 48 คะแนนหนี แมนฯซิตี้ ที่มีแค่ 44 แต้ม ทว่า “หงส์แดง” แข่งมากกว่าหนึ่งเกม

 

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

วูล์ฟแฮมป์ตัน (3-4-3) : รุย ปาตริซิโอ – ไรอัน เบนเนตต์, คอเนอร์ คัวดี้, วิลลี่ โบลี่ – แมตต์ โดเฮอร์ตี้, โรแม็ง ซาอิสส์, รูเบน เนเวส, จอนนี่ กาสโตร (รูเบน วิเนเกร น.81) – ชูเอา มูตินโญ่ (มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ น.63) – อดาม่า ตราโอเร่ (อีวาน กาวาเลียโร่ น.63), ราอูล ฮิมิเนซ

ผู้จัดการทีม : นูโน่ เอสปิริโต ซานโต

 ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เจมส์ มิลเนอร์, เดยัน ลอฟเรน, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า (อดัม ลัลลาน่า น.58) – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟิร์มีโน่ (จอร์จินโย่ ไวนัลดุม น.76), ซาดิโอ มาเน่ (เนธาเนียล ไคลน์ น.87)